มาดูว่านางาซากิผสมผสานวัฒนธรรม อาหาร และเทศกาลต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างไร
เรียนรู้เกี่ยวกับสารที่สื่อถึงความสงบสุขของนางาซากิ ดูว่าอิทธิพลจากต่างประเทศได้หล่อหลอมวัฒนธรรมและอาหารของเมืองมานานหลายศตวรรษได้อย่างไร วางแผนการไปเยือนของคุณกับ JAL วันนี้
ตามประวัติศาสตร์แล้ว ฮิราโดะคือเมืองที่วัฒนธรรมของญี่ปุ่นกับตะวันตกมาบรรจบกันเป็นครั้งแรก ซึ่งตามชายฝั่งของเมืองแห่งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับโลกตะวันตก
แม้ว่าคุณจะสามารถหาอ่านเรื่องราวยุคสมัยแห่งความร่วมมือที่ปฏิวัติวงการนี้ได้ แต่วิธีการเรียนรู้เกี่ยวกับฮิราโดะนั้นก็คือการมาเยี่ยมชมเมืองแห่งนี้ด้วยตัวคุณเอง
สำรวจฮิราโดะ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันน่าตื่นตาตื่นใจ สิ่งก่อสร้างโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่คับคั่งไปด้วยสมบัติโบราณมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตในอดีตกาล
ถนนที่น่าสำรวจเส้นต่าง ๆ ของเมืองฮิราโดะนั้นเต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่บ้านเก่าของเหล่าซามูไรชื่อเสีย ร้านขนมหวานสุดคลาสสิกที่มีขนมหวานทุกรูปแบบ ไปจนถึงวัดกับโบสถ์ที่อยู่ข้าง ๆ กัน ซึ่งแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนของการมาบรรจบกันระหว่างตะวันออกกับตะวันตก
คุณจะได้พบกับอะไรบ้างในฮิราโดะ
สำรวจย่านปราสาทและสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของฮิราโดะ
หวนรำลึกถึงอดีตในสมัยที่ซามูไรกับเหล่าพ่อค้าเดินสัญจรอยู่บนถนนที่ปูด้วยหินได้ขณะที่คุณออกสำรวจปราสาทฮิราโดะ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มัตสึระ และโรงน้ำชาคะนันเตอิ
ปราสาทฮิราโดะ
ปราสาทฮิราโดะ ซึ่งมักเรียกกันว่าเป็นประตูสู่โลกตะวันตกนั้นตั้งสูงเด่นเป็นตระหง่าน และสามารถมองเห็นวิวของช่องแคบฮิราโดะกับท่าเรือฮิราโดะได้ ปราสาทแห่งนี้ตั้งสูงอยู่บนยอดเขาที่ทุกคนจะสามารถพบเห็นได้อย่างแน่นอน แรกเริ่มเดิมทีนั้นป้อมปราการแห่งนี้ได้รับการคิดค้นขึ้นโดยมัตสึระ ชิเกะโนบุ และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1599 เพื่อใช้ดูแลความปลอดภัยให้กับเส้นทางการค้าสำคัญ ๆ ในอาณาบริเวณ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปราสาทเก่าแก่แห่งนี้ได้รับการบูรณะหลายครั้งเพื่อรักษาความสมบูรณ์และเสน่ห์ดึงดูดด้านสถาปัตยกรรมไว้ ซึ่งการบูรณะครั้งล่าสุดนั้นคือการสร้างปราสาทขึ้นมาใหม่ในช่วงทศวรรษที่ 1960
นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์สามารถเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดหินและเดินผ่านกำแพงหินเพื่อไปเยือนความมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งมีสมบัติล้ำค่าต่าง ๆ ตั้งแต่ชุดเกราะ ดาบ ไปจนถึงมรดกตกทอดของตระกูลมัตสึระนั้นถูกจัดแสดงอยู่ตรงโถงหลักของปราสาทห้าชั้น ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะยังได้สัมผัสกับประสบการณ์การคัดลายมือและการจัดแสดงให้ความรู้เชิงโต้ตอบต่าง ๆ ทั่วทั้งปราสาท ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมซามูไรของญี่ปุ่นได้
สถานที่ตั้งอันเหมาะเจาะบนเนินเขาของปราสาทแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับเฝ้าดูเส้นทางการเดินเรือต่าง ๆ ด้านล่าง สถานที่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายให้มาเยือนได้ด้วยวิวกว้าง ๆ ของอ่าวฮิราโดะและเกาะคุโรชิมะที่อยู่ห่างไกลออกไป และเพื่อให้ได้วิวที่ดีที่สุด อย่าลืมชมวิวดังกล่าวจากจุดชมวิวภายในปราสาทฮิราโดะ พื้นที่แห่งนี้ประดับประดาไปด้วยภาพแบบซูมิ และทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวแบบ 360 องศาของช่องแคบฮิราโดะและบริเวณด้านล่าง
ทุกวันนี้ พื้นที่ของปราสาทอันน่าทึ่งนี้เป็นของสวนคาเมโอกะ สวนดังกล่าวเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าคาเมโอกะ และอนุสาวรีย์ของพระอัยกีขององค์จักรพรรดิเมจิที่มีพระนามว่านากายามะ ไอโกะ
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มัตสึระ
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มัตสึระเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนางาซากิ ณ ที่แห่งนี้ คุณจะได้พบการจัดแสดงสมบัติล้ำค่าและเอกสารทางประวัติศาสตร์มากมายนับไม่ถ้วน
ตระกูลมัตสึระอาศัยและปกครองทางตอนเหนือของนางาซากิในช่วงศตวรรษที่ 11 พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวคืออสังหาริมทรัพย์เดิมของตระกูลมัตสึระ ซึ่งก็คือคฤหาสน์สึรุงามิเนะอันหรูหราซึ่งสร้างขึ้นในปี 1893
ตำแหน่งที่ตั้งบนเนินเขาและขนาดอันใหญ่โตของพิพิธภัณฑ์ทำให้คุณสามารถสังเกตเห็นได้จากใจกลางของเมืองฮิราโดะ และมีอิทธิพลต่อย่านซากิงะตะซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างแท้จริง
ทางตระกูลเองได้บริจาคมรดกและสมบัติเก่าแก่ของตระกูลมากมายให้กับทางจังหวัดในปี 1955 สิ่งของที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มัตสึระนั้นมีถึง 30,000 รายการ ซึ่งสิ่งของทุกอย่างคือมรดกที่ตระกูลมัตสึระสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
โรงน้ำชาคะนันเตอิ
โรงน้ำชาคะนันเตอินั้นตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มัตสึระ โดยอยู่ระหว่างสวนกลางแจ้งที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามและการจัดแสดงวิวอันหรูหราภายในพื้นที่
โรงน้ำชาแบบโสอันแห่งนี้มีทางเดินแบบเปิดกว้างอันกว้างขวางและสร้างขึ้นมาจากวัสดุธรรมชาติแทบทั้งหมด สถาปัตยกรรมและสไตล์ของโรงน้ำชาสร้างสรรค์ขึ้นมาตามแนวคิดของปรมาจารย์ด้านชาที่มีนามว่าเซ็น โนะ ริคิว และมีบรรยากาศแบบชนบทสบาย ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์พิธีการชงชาแบบดั้งเดิมเมื่อมาเยือนฮิราโดะ
แขกผู้มาเยือนสามารถลิ้มลองรสชาติของมัตฉะซึ่งชงด้วยรูปแบบชินชิน ชินชินนั้นจัดเป็นพิธีการชงชาแบบนักรบ และพิธีการนี้เริ่มต้นปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยเกือบ 300 ปีมาก่อนโดยท่านลอร์ดชิเกะโนบุ มัตสึระ
ชาจะถูกเสิร์ฟคู่กับขนมหวานโบราณที่มีชื่อว่าอุบะตามะที่ทำมาจากมันเทศญี่ปุ่นหรือขนมคัสโดส ซึ่งเป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 1550 โดยฮิราโดะนั้นเป็นสถานที่แห่งแรกในญี่ปุ่นที่มีการใช้น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ทำให้ที่แห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งต่อการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของวันวาน นอกเหนือไปจากโรงน้ำชาคะนันเตอิแล้ว ยังมีร้านขนมหวานรอบ ๆ ฮิราโดะอีกหลายแห่งที่จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจได้
ไปชมวิถีชีวิตของซามูไรและสำรวจหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ
ใจกลางเมืองฮิราโดะที่อยู่รอบ ๆ อ่าวนั้นมีขนาดไม่ใหญ่และคุณสามารถเดินเล่นได้ ย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้คับคั่งไปด้วยร้านค้า ร้านขนมหวาน ร้านบะหมี่ อาคารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และห้องแถวอันมีเสน่ห์ที่ทำให้หวนรำลึกถึงวันวานในอดีต
ที่นี่เอง คุณจะได้ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมซามูไรของญี่ปุ่น และอย่าลืมหาเวลาพักดื่มชาด้วยล่ะ
อุเมะกะยะสึ แมนชัน
อุเมะกะยะสึ แมนชันหรือที่รู้จักกันในชื่อบ้านต้นพลัม เนื่องจากมีต้นพลัมมากมายหลายต้นในบริเวณบ้านนั้น โดยสร้างขึ้นครั้งแรกให้เป็นคฤหาสน์ชนบทในปี 1816 โดยตระกูลมัตสึระ
สถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยประดับประดาไปด้วยสนามและสายน้ำเพื่อเอาไว้ใช้สำหรับการประพันธ์บทกวี ในทุกวันนี้ คุณจะยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งยุคเอโดะที่หลงเหลืออยู่ในสถานที่แห่งนี้ โดยมีการจัดแสดงของใช้ประจำวันเจ็ดอย่างจากยุคสมัยดังกล่าวที่อุเมะกะยะสึ
ฮิราโดะ สึทายะ
วิลเลียม อดัมส์หรือที่ได้รับการขนานนามในภายหลังว่าอันจิน มิอุระ ตามคำสั่งของโชกุนนั้นคือซามูไรชาวตะวันตกคนแรก อันจิน มิอุระผู้เป็นนักเดินเรืออันช่ำชองนั้นเป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ได้ขึ้นฝั่งของญี่ปุ่น ภายหลังจากนั้น อันจิน มิอุระ ก็ได้ไต่เต้ายศถาบรรดาศักดิ์ขึ้นมาจนได้กลายเป็นที่ปรึกษาหลักในที่สุด
อันจิน มิอุระ อาศัยและรับใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปี เขาเลือกใช้วิถีชีวิตแบบญี่ปุ่น ซึ่งบ้านหลังเดิมของเขาก็ยังปรากฏอยู่ในฮิราโดะทุกวันนี้ บ้านห้องแถวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมของเขาคือร้านขนมหวานที่ชื่อ สึทายะ ในทุกวันนี้ และผู้คนมักเรียกกันว่าบ้านของอันจิน
หมู่บ้านโคโนะอุระ
หมู่บ้านโคโนะอุระเก่าแก่แห่งนี้ดูเหมือนภาพที่อยู่ในหนังสือนิทาน มีอาคารญี่ปุ่นโบราณตั้งสูงตระหง่าน สายลมตามตรอกซอกซอยที่โบกพัดเข้าไปตามหน้าต่างและประตูอันทำให้หวนรำลึกถึงญี่ปุ่นสมัยเก่า และแสงแดดที่สาดส่องมาจากด้านบน
หมู่บ้านอันงดงามแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะโอชิมะ ซึ่งสามารถมาเยือนได้ด้วยเรือเฟอร์รีจากเกาะฮิราโดะ แม้ว่าตัวหมู่บ้านจะได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่อันงดงามประจำชาติของญี่ปุ่น แต่หมู่บ้านโคโนะอุระก็ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้คนมาเยี่ยมเยียนน้อยที่สุดในญี่ปุ่น
ถนนของหมู่บ้านนั้นมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา และผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นก็แนะนำให้คุณพกอาหารกลางวันติดตัวมาด้วย แต่การได้มาชมบรรยากาศถนนโบราณแบบดั้งเดิมนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หาดูได้ยากในทุกวันนี้ และควรเป็นสิ่งที่คุณควรเพิ่มไว้ในรายการการท่องเที่ยวของคุณ
การเดินทางไปเยือนฮิราโดะ: เครื่องบิน รถไฟ และรถยนต์
ก่อนปี 1977 มีแต่เรือเท่านั้นที่สามารถใช้เดินทางไปยังฮิราโดะได้ ทุกวันนี้ ฮิราโดะเชื่อมต่อกับเกาะหลักคิวชูได้ด้วยสะพานฮิราโดะ โอฮะชิ ซึ่งเป็นสะพานแขวนเหล็กกล้าสีแดงแบบร่วมสมัยอันสะดุดตาที่ทำให้คุณสามารถเดินทางจากเมืองใหญ่ ๆ อย่างซาเซโบะ ฟุกุโอกะ และนางาซากิไปยังฮิราโดะได้อย่างง่ายดาย
วิธีที่ง่ายที่สุดในการเดินทางไปยังเกาะฮิราโดะจากเกาะหลักคิวชูก็คือการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน
จากฟุกุโอกะ: มีรถโดยสารแบบไม่ประจำทางจากฟุกุโอกะเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้ตลอดวัน คุณสามารถขึ้นรถได้ที่สถานีฮาคาตะ เท็นจิน หรือจากสนามบินฟุกุโอกะก็ได้ ทั้งนี้ เวลาในการเดินทางนั้นจะแตกต่างกันไปแต่มักไม่เกิน 2 ชั่วโมง
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปยังฮิราโดะจากซาเซโบะได้ด้วยการขึ้นรถไฟสายด่วนที่แล่นมาจากฟุกุโอกะ การเดินทางมาจากสถานีฮาคาตะของฟุกุโอกะนั้นใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงซาเซโบะแล้ว คุณจะต้องนั่งรถโดยสารต่อเพื่อเดินทางไปยังฮิราโดะ
จากนางาซากิ: เฉกเช่นเดียวกับการเดินทางมาจากฟุกุโอกะ นางาซากิก็มีการเดินทางไปยังฮิราโดะอันรวดเร็วด้วยรถโดยสารด่วนพิเศษด้วยเช่นกัน ซึ่งรถโดยสารจะเดินทางออกจากสนามบินนางาซากิโดยตรง
ยิ่งไปกว่านั้น สถานีนางาซากิยังให้บริการรถไฟสายด่วนประจำวันตลอดวันด้วย โดยทั่วไปแล้ว คุณจะนั่งรถไฟจากนางาซากิเพื่อไปยังซาเซโบะนานประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อมาถึงซาเซโบะแล้ว คุณสามารถเลือกที่จะขึ้นรถโดยสารหรือรถไฟก็ได้ เพื่อเดินทางไปตามทางรถไฟสายมัตสึระ เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางของคุณซึ่งก็คือฮิราโดะนั่นเอง
และแม้ว่าระบบขนส่งมวลชนของญี่ปุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพและเป็นที่แพร่หลาย แต่ก็ไม่ผิดกฎกติกาอย่างไรหากคุณอยากลองเช่ารถขับดู ซึ่งมีตัวเลือกรถเช่าให้คุณเลือกใช้มากมายในฟุกุโอกะ นางาซากิ และซาเซโบะ
วางแผนทริปไปเที่ยวฮิราโดะของคุณเลย
เกาะฮิราโดะตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดนางาซากิ และแม้ว่าเกาะนั้นจะไม่มีสนามบินพาณิชย์ก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางไปยังฮิราโดะได้ด้วยการนั่งเครื่องบินไปลงได้ทั้งที่สนามบินนางาซากิหรือสนามบินฟุกุโอกะ
ทริปของคุณจากโตเกียวไปยังสนามบินนางาซากิหรือฟุกุโอกะนั้นจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงเมื่อใช้บัตรเจแปนเอกซ์พลอเรอร์พาส แล้วถ้าบินมาจากโอซาก้าล่ะ ทริปของคุณจะใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่า ๆ เมื่อโดยสารเที่ยวบินของ JAL มาลงยังสนามบินฟุกุโอกะหรือสนามบินนางาซากิ
และเมื่อมีบัตรเจแปนเอกซ์พลอเรอร์พาส คุณจะสามารถเดินทางไปยังกว่า 30 เมืองทั่วเครือข่ายในประเทศของ JAL ได้ ส่วนสิทธิประโยชน์อย่าง Wi-Fi ในเที่ยวบินก็จะยังช่วยให้คุณเชื่อมต่อได้อยู่เสมอ เพื่อให้คุณสามารถความทรงจำเกี่ยวกับทริปของคุณให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่บ้านดูได้ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม
เรียนรู้เกี่ยวกับสารที่สื่อถึงความสงบสุขของนางาซากิ ดูว่าอิทธิพลจากต่างประเทศได้หล่อหลอมวัฒนธรรมและอาหารของเมืองมานานหลายศตวรรษได้อย่างไร วางแผนการไปเยือนของคุณกับ JAL วันนี้
ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดใหม่ เนื้อวากิว เมนูบะหมี่อันโอชะ ไปจนถึงขนมหวานโบราณต่าง ๆ เกาะฮิราโดะทางตอนทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดนางาซากินั้นมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารท้องถิ่นเลิศรสมากมาย
มุ่งหน้าไปยังฮิราโดะเพื่อสำรวจดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับยุโรปเมื่อหลายร้อยปีก่อน สำรวจการมาบรรจบกันทางด้านวัฒนธรรม ณ ดินแดนแห่งนี้ รวมไปถึงเส้นทางเดินเท้าระดับโลก การขี่ม้าริมชายหาด และการดื่มด่ำกับบรรยากาศของชายฝั่งยามพระอาทิตย์ตกดิน
แบ่งปัน
แบ่งปัน