โอกินาว่า
|
ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์

แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่ห้ามพลาดจากสมัยอาณาจักรริวกิวในโอกินาว่า

เกาะโอกินาว่าซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกต่าง ๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของอาณาจักรริวกิว (Ryukyu Kingdom) ด้วยการสำรวจสถานที่ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจแต่ละแห่งเหล่านี้
Must-see Okinawa's UNESCO Heritage sites from Ryukyu Kingdom

ในเดือนกรกฎาคมปี 2021 พื้นที่สองแห่งของโอกินาว่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแหล่งมรดกโลก ทำให้มีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมรวมทั้งหมดเก้าแห่งในโอกินาว่า ซึ่งสถานที่เหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในเกาะหลักซึ่งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานนาฮะ (Naha Airport) หากคุณวางแผนที่จะเที่ยวชมแหล่งมรดกโลกทั้งเก้าแห่งนี้ เราขอแนะนำให้เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยสองวัน ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และศิลปะอันมหัศจรรย์ของภูมิภาคแห่งนี้ทำให้โอกินาว่ากลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดเมื่อคุณมาเที่ยวญี่ปุ่น

อาณาจักรริวกิวเริ่มต้นขึ้นในสมัยกลางศตวรรษที่ 15 และมีอายุยาวนานประมาณ 450 ปี อาณาจักรนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นยุคทองแห่งโอกินาว่าและมีปราสาทชูริ (Shurijo Castle) ในนาฮะเป็นจุดศูนย์กลาง ในปี ค.ศ. 1879 ญี่ปุ่นได้รวมเอาหมู่เกาะโอกินาว่าไว้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยของอาณาจักรริวกิว

อาณาจักรหมู่เกาะแห่งนี้ได้สร้างวัฒนธรรมและความเชื่อที่โดดเด่นในแบบฉบับของตนเองขึ้นมา ซึ่งวัฒนธรรมที่ว่านี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลากหลายอารยธรรมของเอเชียที่เข้ามาทำการค้ากับอาณาจักร ซากปราสาทที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นนั้นเป็นหนทางที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรริวกิว รวมไปถึงภูมิปัญญาของผู้คนในอาณาจักรแห่งนี้ด้วย 

อาณาจักรริวกิวรวมไปถึงแหล่งกูซูกุ (Gusuku) และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกเดียว สิ่งนี้หมายความว่าเกาะแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจให้ทำและชมทั่วทั้งเกาะอย่างแน่นอน ย้อนรอยประวัติศาสตร์และสำรวจภูมิประเทศของจังหวัดที่อยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่นได้ด้วยการสำรวจแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกทั้งเก้าแห่งของโอกินาว่าแห่งนี้

Travel back in time at Shuri Castle

เดินทางย้อนเวลาได้ที่ปราสาทชูริ

พระตำหนักหลักของอาณาจักรริวกิวคือปราสาทชูริซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาในนาฮะซึ่งเป็นเมืองหลวงของโอกินาว่า ปราสาทชูริเป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งที่สร้างอยู่ตรงความสูง 120 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในช่วงระหว่างยุคศตวรรษที่ 13 ถึง 14 เพื่อเอาไว้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้ ปราสาทชูริเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของพระราชาจนถึงปี ค.ศ. 1879 ที่ซึ่งองค์จักรพรรดิเมจิแห่งญี่ปุ่นได้ผนวกเอาโอกินาว่าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น แม้ว่าปราสาทจะได้รับความเสียหายหลายครั้งในตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของปราสาท รวมถึงการถูกเผาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปราสาทแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1992  อย่างไรก็ตาม เกิดไฟไหม้บางส่วนของปราสาทขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 2019 ซึ่งได้เริ่มทำการซ่อมแซมไปแล้วแต่จะแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2026

แม้ว่าจะได้รับความเสียหาย แต่ปราสาทชูริก็ยังคงควรค่าต่อการไปเยี่ยมชมหากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักร ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมีให้บริการเป็นภาษาอังกฤษเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ในฐานะผู้เข้าชม คุณจะได้เดินพักผ่อนหย่อนใจไปตามสวน, ชื่นชมความงามของปราสาทชูริที่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ และชมกำแพงของป้อมปราการกูซูกุ ปราสาทชูรินั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นจุดเริ่มต้นของทริปการสำรวจแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในโอกินาว่าของคุณ เนื่องจากมันจะเป็นเหมือนกับการเดินทางย้อนสู่อดีตเพื่อรำลึกถึงยุครุ่งเรืองของอาณาจักรริวกิว

คุณสามารถเดินทางมายังปราสาทชูริได้อย่างง่ายดายจากท่าอากาศยานนาฮะ อันดับแรก ให้เดินทางไปทางเหนือด้วยถนนไฮเวย์สาย 58 (Highway 58) จากนั้นให้เลี้ยวขวาที่สี่แยก Tomari Takahashi เดินทางบนถนนไฮเวย์ต่อไปอีก 10 นาที จนคุณเห็นป้ายสัญลักษณ์ของสวนปราสาทชูริ (Shuri Castle Park)

Feel good energy at the most sacred place in the Ryukyu Kingdom, Sefa-Utaki

สัมผัสพลังบวกได้ที่สถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอาณาจักรริวกิวที่มีนามว่า “เซฟา-อูทากิ”

เซฟา-อูทากิ (Sefa-Utaki) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดบนเกาะโอกินาว่า ตำนานเล่าขานไว้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นคือต้นกำเนิดของอาณาจักรริวกิว ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่เทพเจ้าองค์แรกที่มีพระนามว่า “เทดาโกะ (Tedako)” (เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์) ได้มีพระบัญชาให้เทพเจ้าอื่นอีกสององค์มาจุติ ณ หมู่เกาะโอกินาว่าและเปลี่ยนให้หมู่เกาะแห่งนี้กลายเป็นดินแดนอันมั่งคั่ง เมื่อเทพเจ้าสององค์ดังกล่าวมาถึง ทั้งคู่ก็ได้ก่อตั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สองแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเซฟา-อูทากิ

ระหว่างช่วงศตวรรษที่ 15 ถึง 16 ศาลเจ้าเซฟา-อูทากิถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินพิธีกรรมทางศาสนา แต่ในทุกวันนี้ สถานที่แห่งนี้นั้นคงเหลือไว้ซึ่งแต่เนินหินและถ้ำเท่านั้น อาณาจักรริวกิวเชื่อว่ามีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่มีพลังมากพอที่จะปกป้องผู้ชายของตนเองได้ ดังนั้น บรรดาพี่สาวน้องสาวและคุณป้าคุณอา (เรียกว่า Kikoe Ogimi) จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เซฟา-อูทากิ นอกจากนี้ พระราชาองค์ต่าง ๆ ยังเสด็จมา ณ สถานที่แห่งนี้เพื่อสวดมนต์ขอพรให้ผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ในแต่ละปี

เมื่อมาที่เซฟา-อูทากิ คุณสามารถชื่นชมเนินหินอันงดงามที่สามารถมองเห็นวิวทะเลด้านล่างพร้อมกับสำรวจถ้ำต่าง ๆ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเดินผ่านป่าทึบเพื่อรับพลังบวกของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ในขณะที่ชื่นชมไปกับประวัติศาสตร์อันรุ่มรวย

คุณสามารถเดินทางมายังเซฟา-อูทากิจากท่าอากาศยานนาฮะได้ด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ที่จะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ให้ขับรถมาตามไฮเวย์ 329 (Highway 329) แล้วก็เปลี่ยนไปใช้ถนนเส้นไฮเวย์ 331 (Highway 331) ขับผ่านหาดหาดอาซามะซันซัน (Azama Sun-Sun Beach) แล้วให้เลี้ยวขวาเมื่อถึงที่ทำการไปรษณีย์ชิเน็น (Chinen Post Office) นอกจากนี้ คุณยังสามารถเดินทางด้วยรถโดยสาร Toyo Bus และลงที่ป้าย Sefa-Ukati

Stroll and unwind at Shikinaen Garden

เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจได้ที่สวนชิคินาเอน

สวนหลวงชิคินาเอน (Shikinaen Royal Garden) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 และถูกใช้เป็นเรือนรับรองสำหรับสมาชิกราชวงศ์ที่ใหญ่ที่สุด สวนแห่งนี้เดิมทีถูกใช้เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับนักการทูตจีนเป็นหลักเมื่อนักการทูตเหล่านั้นมาเยือนโอกินาว่า แต่สวนแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นพระตำหนักแห่งที่สองของสมาชิกราชวงศ์อีกด้วย เนื่องจากสวนนั้นตั้งอยู่ในนาฮะและอยู่ค่อนข้างใกล้กับปราสาทชูริ เนื่องจากสวนแห่งนี้ถูกใช้เป็นเรือนรับรองสำหรับนักการทูตต่างประเทศ เรือนรับรองและสวนชิคินาเอนที่อยู่รอบ ๆ นั้นจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในด้านการทูตของอาณาจักรริวกิว น่าเสียดายที่สวนดังกล่าวถูกทำลายในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่โดยเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1975 และใช้เวลาในการบูรณะกว่า 20 ปี 

ในฐานะผู้เข้าชมสวนแห่งนี้ คุณสามารถเดินเล่นผ่านสวนสวย ๆ ในขณะที่ซึมซับบรรยากาศที่ไม่เหมือนใครในแบบฉบับของริวกิว ที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมและการจัดแต่งสวนที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นและจีนผสมผสานกันอยู่ในแบบที่คุณจะไม่สามารถพบเห็นในที่อื่นใดได้อีก เดินชมส่วนต่าง ๆ ของสวนพร้อมเพลิดเพลินไปกับสไตล์และบรรยากาศต่าง ๆ ที่คุณจะสามารถสัมผัสได้ ต้นไม้และพันธุ์พืชต่าง ๆ ในสวนหลวงแห่งนี้ได้รับการจัดการเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถผลิบานได้ในทุก ๆ ฤดูกาล ใช้เวลาสำรวจสวนให้เต็มที่และอย่าลืมข้ามสะพาน, ชมน้ำพุ, ชื่นชมความงามของศาลาทรงหกเหลี่ยม พร้อมเดินเข้าไปยังสวนป่าด้วย

สวนชิคินาเอนอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนาฮะประมาณ 20 - 40 นาที ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้การเดินทางแบบใด คุณสามารถเลือกได้ทั้งขับรถ, นั่งรถโดยสารสาย City Line หรือรถราง Yui Rail Monorail

ชมวิวรอบ ๆ อันน่าตื่นตาตื่นใจได้จากซากปราสาท: 

คุณสามารถดื่มด่ำไปกับประวัติศาสตร์ของโอกินาว่าได้มากยิ่งขึ้นด้วยการไปเยี่ยมชมซากปราสาททั้งสี่แห่ง ซากปราสาทแต่ละแห่งเหล่านี้ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งปราสาทสามแห่งนั้นตั้งอยู่ทางตอนกลางของโอกินาว่า ส่วนอีกแห่งนั้นอยู่ทางตอนเหนือ 

Nakagusuku Castle

ปราสาทนาคากุสุคุ 

ซากปราสาทนาคากุสุคุ (Nakagusuku Castle) นั้นเป็นหนึ่งในซากปราสาท 300 แห่งที่พบเห็นได้ทั่วโอกินาว่า อย่างไรก็ตาม ซากปราสาทแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเนื่องจากซากปราสาทพังนั้นได้รับการรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีมาก ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นโดยโกซามารุ (Gosamaru) ในศตวรรษที่ 15 และเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในโอกินาว่า คุณสามารถเดินเที่ยวบริเวณโดยรอบของปราสาทนาคากุสุคุและชื่นชมวิวอันน่าตื่นตาตื่นใจได้จากจุดชมวิวบนกำแพงปราสาท คุณสามารถขับรถมาจากท่าอากาศยานนาฮะเพื่อมายังปราสาทแห่งนี้ได้โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหากคุณใช้ทางด่วน Okinawa Expressway และออกจากทางด่วนตรงทางแยกต่างระดับ Kitanakagusuku

Katsuren Castle

ปราสาทคัตสึเร็น 

ปราสาทคัตสึเร็น (Katsuren Castle) เป็นหนึ่งในปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในโอกินาว่า ปราสาทนั้นเก่าแก่เสียจนที่นักประวัติศาสตร์นั้นไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้สร้างหรือว่าสร้างขึ้นเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ปราสาทคัตสึเร็นเคยเป็นศูนย์กลางการค้าของญี่ปุ่น, จีน และเกาหลีในช่วงศตวรรษที่ 14 ถึง 15 ระหว่างที่ปกครองโดยลอร์ดอะมาวาริ (Lord Amawari) ชื่นชมปราสาทอันมหัศจรรย์นี้ได้อย่างเต็มตาจากพื้นที่โล่งตรงด้านหน้าของปราสาท จากนั้นก็เดินขึ้นขั้นบันไดหินเพื่อสำรวจซากปราสาทเพิ่มเติม คุณสามารถเดินทางมายังปราสาทคัตสึเร็นแห่งนี้ได้ด้วยรถรางหรือรถโดยสารจากท่าอากาศยานนาฮะ ให้ขึ้นรถโดยสารสาย Yokatsu Line ที่ท่ารถโดยสารประจำทางนาฮะ (Naha Bus Terminal) จากนั้นก็ให้ลงที่ป้าย Katsuren Danchimae

Nakijin Castle

ปราสาทนาคิจิน 

ปราสาทนาคิจิน (Nakijin Castle) ตั้งอยู่ในนาโกะ (Nago) และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของภูมิภาค แรกเริ่มเดิมที ปราสาทนั้นสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เพื่อเป็นสถานสักการะ อย่างไรก็ตาม การขุดค้นล่าสุดในพื้นที่ 14 เอเคอร์ของปราสาทนั้นได้ค้นพบเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ระบุได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าระหว่างโอกินาว่ากับจีน เมื่อมาเยือนซากปราสาทนาคิจิน คุณจะได้เห็นสิ่งของทางศาสนาต่าง ๆ อาทิ หนังสือสวดมนตร์, ศาลเจ้าเทพเจ้าแห่งไฟ และบ้านพักของสาวพรหมจรรย์ผู้ซึ่งดำเนินพิธีกรรมในระหว่างช่วงงานเทศกาลทางศาสนา คุณสามารถขับรถมาจากท่าอากาศยานนาฮะเพื่อมายังปราสาทนาคิจินโดยใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมง โดยให้ขับรถขึ้นเหนือไปตามไฮเวย์ 58 (Highway 58) จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปทาง Expo Park เมื่อคุณขับรถมาถึงนาโกะ 

Zakimi Castle

ปราสาทซาคิมิ 

ซากปราสาทซาคิมิ (Zakimi Castle) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1416 โดยสถาปนิกชื่อดังของโอกินาว่าที่มีนามว่าโกซามารุ (Gosamaru) เขาได้สร้างปราสาทซาคิมิก่อนที่จะไปสร้างปราสาทนาคากุสุคุต่อ ปราสาทแห่งนี้ถูกกองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นฐานปล่อยขีปนาวุธในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถูกทำลายลงในระหว่างการสู้รบ ซากปราสาทได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการให้เป็นสมบัติแห่งชาติโดยรัฐบาลญี่ปุ่น คุณสามารถใช้เวลาไปกับการสำรวจบริเวณของปราสาทพร้อมชมวิวอันงดงามของชนบทแห่งนี้ได้ ซึ่งคุณจะมองเห็นเมืองนาฮะได้ด้วยในวันที่สภาพอากาศสดใส คุณสามารถขับรถจากท่าอากาศยานนาฮะเพื่อมายังปราสาทซาคิมิได้ด้วยเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยให้ขับรถขึ้นเหนือไปตามไฮเวย์ 58 เพื่อมุ่งหน้าสู่นาโกะ หลังจากผ่านวงเวียนคาเดนะ (Kadena Circle) แล้ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Route 12 เพื่อมุ่งหน้าไปยังซาคิมิ

สำรวจโอกินาว่าอันรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรม

แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกทั้ง 9 แห่งบนเกาะโอกินาว่านั้นควรค่าต่อการไปเยือนอย่างยิ่ง Japan Airlines ช่วยคุณวางแผนประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนในทริปไปญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณได้ เลือกใช้ Japan Explorer Pass เพื่อเดินทางข้ามเกาะต่าง ๆ และใช้ระบบขนส่งมวลชนได้อย่างง่ายดายเพื่อไปยังสถานที่อันน่าทึ่งเหล่านี้

สำรวจ โอกินาว่า

ค้นพบกิจกรรมมากมายใน โอกินาว่า

ทำไมชาวโอกินาว่าถึงอายุยืน
การรักษาสุขภาพ

ทำไมชาวโอกินาว่าถึงอายุยืน

วางแผนไปเยือนเกาะโอกินาว่าอันอุดมสมบูรณ์พร้อมเรียนรู้ว่าทำไมผู้คนท้องถิ่นนั้นถึงเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก

สำรวจดินแดนสวรรค์ลับแห่งญี่ปุ่นที่มีชื่อว่าหมู่เกาะยาเอะยามะ
กิจกรรมกลางแจ้ง

สำรวจดินแดนสวรรค์ลับแห่งญี่ปุ่นที่มีชื่อว่าหมู่เกาะยาเอะยามะ

สำรวจเอะยามะ (Yaeyama) ภูมิภาคที่อยู่ห่างไกลผู้คนที่สุดของจังหวัดโอกินาว่า (Okinawa Prefecture) ที่ซึ่งคุณจะได้พบกับกราผจญภัยกลางแจ้ง, ชายหาดทรายแสนผ่อนคลาย, สถานที่ดูดาวที่งดงามระดับโลก และประสบการณ์การรับประทานอาหารอร่อย ๆ ริมชายฝั่งมหาสมุทร

แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่ห้ามพลาดจากสมัยอาณาจักรริวกิวในโอกินาว่า
ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์

แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่ห้ามพลาดจากสมัยอาณาจักรริวกิวในโอกินาว่า

เกาะโอกินาว่าซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกต่าง ๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของอาณาจักรริวกิว (Ryukyu Kingdom) ด้วยการสำรวจสถานที่ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจแต่ละแห่งเหล่านี้

ไปยังที่แห่งนั้น